Skip to main content
Michelin Bib GourmandKaohsiungTaiwanese CuisineNostalgiaComfort Food

ม่ายเหยียนซุ่น (Mai Yen Shun): กลิ่นอายแห่งความคิดถึงไต้หวันในบ้านเก่าเมืองเกาสง | แนะนำโดย มิชลิน บิบ กูร์มองด์

ร้านที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกใหม่ในคู่มือ มิชลิน บิบ กูร์มองด์ แห่งเมืองเกาสง ประจำปี 2024 ร้าน 'ม่ายเหยียนซุ่น' ชวนให้เกิดกลิ่นอายแห่งความโหยหารำลึกถึงวันวานให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน ด้วยบรรยากาศเรโทรย้อนยุคปี 1970-1980 และอาหารทำกินเองสไตล์บ้านไม้ดั้งเดิมของไต้หวัน ไก่น้ำทองสามจอก (Three-Cup Chicken) ที่ผัดขิงแก่จนแห้งและหอมฟุ้ง คือเมนูอาหารที่อร่อยไร้เทียมทานเมื่อจับคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

เผยแพร่เมื่อ November 28, 2024

TL;DR / สรุปย่อ

ร้านที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกใหม่ในคู่มือ มิชลิน บิบ กูร์มองด์ แห่งเมืองเกาสง ประจำปี 2024 ร้าน 'ม่ายเหยียนซุ่น' ชวนให้เกิดกลิ่นอายแห่งความโหยหารำลึกถึงวันวานให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน ด้วยบรรยากาศเรโทรย้อนยุคปี 1970-1980 และอาหารทำกินเองสไตล์บ้านไม้ดั้งเดิมของไต้หวัน ไก่น้ำทองสามจอก (Three-Cup Chicken) ที่ผัดขิงแก่จนแห้งและหอมฟุ้ง คือเมนูอาหารที่อร่อยไร้เทียมทานเมื่อจับคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

ม่ายเหยียนซุ่น (Mai Yen Shun): กลิ่นอายแห่งความคิดถึงไต้หวันในบ้านเก่าเมืองเกาสง

บนถนนที่แสนจะทันสมัยของเมืองเกาสง การเดินก้าวเข้าสู่ร้าน ม่ายเหยียนซุ่น (Mai Yen Shun / 賣鹽順) ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินข้ามอุโมงค์เวลาลับกลับไปสู่บ้านคุณยายในชนบทของไต้หวันช่วงทศวรรษที่ 1970 ร้านอาหารระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) ร้านใหม่ประจำปี 2024 แห่งนี้ ไม่ได้ขายอาหารจัดเลี้ยงหรูหราอลังการ แต่กลับเสิร์ฟอาหารแบบที่คนไต้หวันเรียกว่าการทำอาหารสไตล์ "นี่แหละรสชาติที่ถูกต้องตามตำรับเลย (This is exactly the right flavor)" แบบรสมือแม่หรือคนในครอบครัว (Home-style Cooking)

สุนทรียศาสตร์ทางพื้นที่: ไทม์แคปซูลของอาม่า

การตกแต่งของร้าน ม่ายเหยียนซุ่น (Mai Yen Shun) เต็มไปด้วยพรสวรรค์ที่แยบยล ผนังอิฐเปลือยสีแดง โต๊ะไม้ทรงกลม เครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิลแบบโบราณ และปฏิทินแบบฉีกรุ่นเก่าที่แขวนห้อยต่องแต่งอยู่บนผนัง—ทุกซอกทุกมุมล้วนอบอวลไปด้วยความรู้สึกโหยหาอดีตอย่างลึกซึ้ง (Nostalgia) บรรยากาศแสนอบอุ่นและผ่อนคลาย ปราศจากกฎเกณฑ์ความอึดอัดของร้านอาหารระดับไฮเอนด์ (High-end) มอบเพียงความครื้นเครงรื่นเริงและความใกล้ชิดคุ้นเคยเสมือนได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะที่บ้านเกิด

ปรัชญาการทำอาหาร: รื้อฟื้นรสชาติแห่งความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน

อาหารของที่นี่ชูจุดเด่นไปที่ศาสตร์แห่ง "รสชาติโบราณดั้งเดิม (Guzaowei)" เชฟยืนหยัดที่จะใช้กรรมวิธีปรุงอาหารแบบดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด โดยไม่ได้ไล่ตามการจัดจานหน้าตาหรูหราวุ่นวาย แต่กลับใส่ใจแค่เพียงว่ารสชาติที่เสิร์ฟนั้นยังคงเป็นของดั้งเดิมแท้ๆ อย่างครบถ้วนหรือไม่

ตัวอย่างเช่น เมนู ไก่น้ำทองสามจอก (Three-Cup Chicken) หรือ "ซันเปยจี" ของที่นี่ยืนกรานหนักแน่นว่าจะต้องคั่วและผัดแผ่นขิงแก่ในกระทะจนกระทั่งมันแห้งสนิท แบนราบ และหงิกงอ เพื่อปล่อยให้น้ำมันหอมระเหยแห่งขิงค่อยๆ พรั่งพรูแทรกซึมเข้าสลายละลายปะปนกับไขมันไก่อย่างสมบูรณ์ เมนูปลาทอดขอบกระทะจะต้องถูกทอดจนพื้นผิวของมันอยู่ในสภาพ "ฉือฉือ" (คำสแลงภาษาไต้หวันที่แปลว่า ผิวเกรียมกรอบและสุกจนไหม้เกรียมไปบ้าง) ทว่ายังคงสามารถกักเก็บและห่อหุ้มน้ำคั้นเนื้อ (Meat juice) สดฉ่ำหวานไว้ข้างในได้อย่างดีเลิศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่แหละ คือมาตรฐานความดื้อรั้นเอาแต่ใจของปูชนียบุคคลคนทำอาหารชาวไต้หวันรุ่นเก๋า ที่ไม่ยอมประนีประนอมให้กับคำว่าความอร่อยเด็ดขาด

อินไซต์จากผู้ใช้งานจริง (Real User Insights): สถานที่ชุมนุมสุดยอด "นักฆ่าข้าวสวย (Rice Killers)"

อ้างอิงจากรีวิวและผลตอบรับของแท้บน Google Maps และเว็บไซต์กระดานประเมินร้านอาหารรายใหญ่ มติชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า: เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะสามารถเดินเชิดหน้าออกมาจากร้าน ม่ายเหยียนซุ่น ได้รอดปลอดภัย โดยที่ไม่ได้จัดการกวาดสั่งข้าวสวยไปอย่างน้อยสามถ้วยเต็ม:

1. เมนูบังคับ (Must-Order) ไก่สามจอกขิงกรอบน่องเนื้อสะโพก

  • Must Eat (ต้องกินให้ได้): น่องไก่คั่วสามจอกกับขิงแก่ (Three-Cup Chicken Leg with Old Ginger) นี่คือกับข้าวที่จะต้องมีปรากฏโชว์ตัวบนตึกทุกโต๊ะอย่างไร้ข้อกังขา เนื้อน่องไก่เคี้ยวแล้วทั้งมีความเฟิร์มแน่นและนุ่มหนึบเด้งสู้ฟัน ดูดสูบกักเก็บน้ำมันงา ซอสถั่วเหลือง และไวน์ข้าว (มิริน) เข้าไปอย่างจุใจ ส่วนที่คั้นหัวกะทิและล้ำค่าที่สุดของจาน กลับกลายเป็นพวก แผ่นขิงแก่ (Old ginger slices) ที่ถูกผัดและคั่วจนหดแห้ง มันเคี้ยวเพลินราวกับกำลังเคี้ยวคุกกี้บิสกิตอบกรอบแสนอร่อยที่แฝงความเผ็ดบางๆ ไว้ที่ปลายลิ้น จนเหล่านักชิมเซียนปราบอาหารจำนวนนับไม่ถ้วนแอบคิดไปไกลซะอีกว่า ชิ้นขิงฝานคั่วสุกนี้อร่อยเหนือชั้นกว่าตัวเนื้อไก่พระเอกเสียอีก!

2. อาหารจานคลาสสิกของเกษตรกรในชนบท

  • Signature (เมนูซิกเนเจอร์): สาหร่ายผัดไข่น้ำตาตกรัก (Stir-fried Lover's Tears with Egg / หยูไหลกู้เฉ่าตั้น) "น้ำตาของคู่รัก (Lover's Tears)" เป็นสายพันธุ์สาหร่ายชนิดพิเศษ (Algae) ที่จัดจ้านเรื่องเนื้อสัมผัสอันแสนจะอ่อนนุ่มประทับใจ ถูกนำมาผัดไฟแรงตีตลบตลบอย่างรวดเร็วคลุกรวมยอดกับไข่ไก่ ให้ฟิลเท็กซ์เจอร์ (Texture) ลื่นคอและชื่นใจ เหมาะมากสำหรับทานประกบกับข้าวสวยร้อนๆ สวรรค์จานด่วน
  • Soup (น้ำซุป): ต้มหมึกหอยสังข์กระเทียมดอง (Squid and Snail Meat with Garlic Soup / โหยวอวี๋หลัวโหร่วซ่วน) เมนูซุปโรงเตี๊ยมไต้หวันระดับตำนานชามนี้ ก็ถูกขยับจัดเตรียมเอาไว้ให้คุณซดได้อย่างฟินๆ น้ำซุปต้มผ่านรสชาติดั้งเดิมมีความกลมกล่อม ทั้งความหอมหวานและเค็มมันอุดมสมบูรณ์ และเม็ดเนื้อหอยเต้าปูน (Snail meat) ยังสู้ฟันหนึบหนับ นับเป็นอาวุธระดับแชมป์ในการทำให้กระเพาะของคุณอบอุ่นในฤดูหนาวอันเฉียบขาด

ข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติได้รวดเร็วทันใจ

  • ที่อยู่: บ้านเลขที่ 167 ถนนชิงไห่ (Qinghai Road) เขตกู่ชาน (Gushan District) เมืองเกาสง (Kaohsiung City)
  • เวลาทำการ: 11:00 - 14:00 น. / 17:00 - 21:00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์)
  • ข้อควรระวัง/เทคนิคเพิ่มเติม: ร้านจะดุเดือดระดับท็อปฟอร์มมากในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้น กรุณาสำรองตารางนัดจองคิวโต๊ะรอล่วงหน้า เพื่อการสังสรรค์มื้อที่ราบรื่น

ออกสำรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความอร่อยเด็ดของไต้หวันตอนใต้: อยากเปลี่ยนบรรยากาศปรับมู้ดกินอะไรเป็นของว่างหรืออาหารว่างคำโตดูบ้างไหม? แวะมาหากำไรกันต่อที่ ชุนหลานกวาเปา (Chun Lan Gua Bao / 春蘭割包) กับไส้หมูสามชั้นตุ๋นอัตราส่วนไขมันปะทะเนื้อลีนๆ ขั้นสมบูรณ์ และเจอกับซอสพริกเด็ดกระแทกปากรอคุณไปตะลุยกัดดิ้นตาย

บทความที่เกี่ยวข้อง